ถึงเวลาปฏิวัติระบบอาหาร

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

  • ภาครัฐจะต้องมีมาตรการให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์มีภาระรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นในระบบเกษตรพันธสัญญา โดยเอาผิดต่อบริษัทอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ที่เชื่อมโยงต่อการทำลายป่าและก่อหมอกควันพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • กำหนดให้เปิดเผยที่มาของอาหารปศุสัตว์
  • หันมาสนับสนุนพืชผักผลไม้เพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก
  • ยุตินโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ เพื่อปกป้องความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของทุกคน

คน ร่วมลงชื่อแล้ว

เหลืออีก คน สู่เป้าหมาย

ร่วมลงชื่อที่นี่


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  • ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนและเกษตรกรรมยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ความเป็นธรรมระหว่างเกษตรกรรายย่อยกับผู้ประกอบการ มีการจัดการ/จัดสรรงบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรายย่อย รวมถึงระบบสินเชื่อเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์และตลาดสีเขียว
  • เพิ่มข้อกำหนดใน “มาตรฐานสัญญา” และ “การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา (หรือที่รู้จักกันว่ากฏหมายเกษตรพันธสัญญา) โดยเน้นขยายความรับผิดชอบของบริษัทและผู้ประกอบการเมื่อเกิดความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นจากเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว เช่น ในกรณีเกิดหมอกควันจากการเผาในพื้นที่ที่เป็นเกษตรแบบพันธสัญญา และรับประกันว่าความเสี่ยงของเกษตรกรจะถูกกระจายอย่างเป็นธรรม
  • การเปิดเผยพื้นที่การทำเกษตรพันธสัญญาทั้งหมดในรายงานประจำปีของบริษัทที่เกี่ยวข้อง และเปิดข้อมูลต่อสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้
_RKG1695
ฝุ่นควันภาคเหนือ

กรมปศุสัตว์

  • รับประกันว่ามีการติดตามตรวจสอบและรายงานการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • เพิ่มข้อกำหนดภายใต้วิสัยทัศน์การลดใช้ยาปฏิชีวนะ ตั้งแต่การนำเข้าสารเคมี การใช้ในฟาร์ม และติดตามการตกค้างในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ และรายงานการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเปิดเผยให้กับผู้บริโภคได้ทราบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงระบุแผนดำเนินการเพื่อลดและยกเลิกการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มปศุสัตว์ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อแก้ไขปัญหาโรคที่เกิดจากเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ หันมาสนับสุนทางเลือกอื่นที่ปราศจากการใช้ยาปฎิชีวนะในการป้องกันโรค อาทิ ปรับปรุงสุขอนามัยของการเลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงในระบบเปิดเพื่อสุขภาวะ

กระทรวงสาธารณสุข

  • ภายในปี 2565 ออกกฎหมายติดฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกประเภทซึ่งระบุถึงลักษณะการเลี้ยง ที่มาของอาหารที่เลี้ยงสัตว์ว่ามีส่วนในการทำลายผืนป่า และก่อมลพิษทางอากาศหรือไม่ และมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์หรือไม่ ประเภทของยาคืออะไร  และมีบทลงโทษที่เข้มงวดและชัดเจนสำหรับกรณีละเมิด
  • ตรวจสอบและรายงานผลสารเคมีปนเปื้อน ยาปฏิชีวนะ และเชื้อดื้อยาในพืชผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ อย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอ และมีบทลงโทษที่เข้มงวดและชัดเจน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • รวมอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ในแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก พ.ศ.2564-2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on Mitigation 2021 -2030) จากสาขาเกษตรกรรม ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้ก่อก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของไทย เพื่อรับรองว่ามิติความเป็นธรรมและภาวะเร่งด่วนอย่างผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากหมอกควันพิษที่เรื้อรังมายาวนานจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์

  • ระบุข้อมูลลักษณะการเลี้ยง ที่มาของอาหารสัตว์ว่าเชื่อมโยงกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่าและหมอกควันพิษหรือไม่ ระบุประเภทและปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ บนฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ 
  • เปิดเผยข้อมูลและรายงานที่สาธารณชนเข้าถึงได้ในเรื่องการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) รวมถึงการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต

Section-3-1

วิกฤตสภาพภูมิอากาศ

อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ยังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงหนึ่งในสี่ส่วนของของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เทียบเท่ากับรถยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบินทั่วโลกรวมกัน เป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย ในปี พ.ศ. 2593 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบอาหารจะเพิ่มเป็นครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์

ข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย พบว่าในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.2000) ภาคการเกษตรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 51.88 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และคิดเป็นร้อยละ 22.60 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ และเป็นอันดับสองรองจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน โดยก๊าซเรือนกระจกตัวหลักคือก๊าซมีเทนซึ่งมาจากการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์ การจัดการมูลสัตว์ นาข้าว ดินที่ใช้ในการเกษตรและการเผาเศษวัสดุการเกษตรในที่โล่ง ภาคเกษตรกรรมจึงมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยที่ต้องดำเนินไปพร้อมๆ กับการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปรับตัวและรับมือกับผลกระทบที่เป็นหายนะจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

 

Section-4-1

ป่าและผืนน้ำไร้ชีวิต

ความต้องการในการบริโภคเนื้อสัตว์ในราคาที่ถูกและปริมาณมากนั้น คือเบื้องหลังของปัญหาสิ่งแวดล้อมนานับประการ พื้นที่ป่ามหาศาลในทั่วโลกถูกทำลายจนเหี้ยนเตียนเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวสำหรับอุตสาหกรรม อย่าง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด และถั่วเหลือง ซึ่งเราอาจจะคุ้นตากันบ้างกับภาพภูเขาสีเขียวชอุ่มที่กลายเป็นเขาหัวโล้นจากการถูกแทนที่ด้วยพืชเชิงเดี่ยว ทิ้งความแห้งแล้งไว้ และก่อมลพิษทางอากาศ ดังเช่นที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของหมอกควันพิษที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยช่วงต้นปีเป็นประจำทุกปี

พืชเหล่านี้มักกลายเป็นอาหารสัตว์ราคาถูกในปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมมากถึงร้อยละ 65 ในขณะที่ผู้คนทั่วโลกมหาศาลกำลังอดอยาก นอกจากนี้ยังมีการใช้สารเคมีต่าง ๆ สำหรับการเพาะปลูก อาทิเช่น ปุ๋ย และสารกำจัดศัตรูพืชนั้น ยังส่งผลให้เกิดเขตมรณะ (Dead Zone) หรือแหล่งน้ำที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ผืนน้ำไร้ชีวิตนี้เกิดขึ้นจากสารประกอบอย่างไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่เป็นธาตุอาหารในการบำรุงพืชได้กระตุ้นกระบวนการยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication)โดยดึงเอาออกซิเจนออกจากน้ำจนเหลือศูนย์ สาเหตุของเขตมรณะนั้น ยังรวมถึงจากของเสียมูลสัตว์จากการทำปศุสัตว์ และการเร่งใช้ธาตุอาหารอย่างไม่จำกัด

 

1

ขอขอบคุณ คุณ

สำหรับการร่วมผลักดันในครั้งนี้

เราจะไม่ทำให้การเรียกร้องครั้งนี้ต้องสูญเปล่า!

2

แชร์เรื่องราวนี้กับเพื่อนของคุณ

การสนับสนุนของทุกคนทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้

3

มีส่วนร่วมกับเรา

ไม่ว่าจะเป็นการลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อโลกของเรา ทั้งการลงชื่อสนับสนุนงานรณรงค์ หรือร่วมเป็นอาสาสมัครร่วมกิจกรรมปกป้องสิ่งแวดล้อม พลังของเราก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างโลกที่น่าอยู่ ยั่งยืนและปลอดภัยได้ดังที่เราต้องการ

โลกร้อน
ร่วมกับเรา

ร่วมผลักดันงานรณรงค์

ร่วมลงชื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง เสียง 1 เสียงของเราคือความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้น

พลาสติก
ร่วมกับเรา

อาสาสมัคร

โลกที่เปราะบางใบนี้ต้องการกระบอกเสียง ต้องการการแก้ไข ต้องการการเปลี่ยนแปลง โลกใบนี้ต้องการคุณ

บริจาค
ร่วมกับเรา

สนับสนุนงานรณรงค์

กรีนพีซถูกขับเคลื่อนโดยคนเช่นคุณ การร่วมบริจาคเงินในวันนี้ของคุณ จะกลายเป็นพลังผลักดันในการเปิดเผยข้อมูลการทำลายสภาวะสิ่งแวดล้อมโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงปัญหา และวิธีการที่จะหยุดยั้งวิกฤติดังกล่าว