เรียกร้องรัฐสภาไทย ประกาศภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ #ClimateEmergency #ClimateJustice

GP0STUA97_Medium_res

รัฐสภาซึ่งเป็นที่ประชุมระดับชาติของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอำนาจทางนิติบัญญัติ ทำหน้าที่ออกกฎหมาย ควบคุม ดูแลการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีและให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญของประเทศ จึงต้องเป็นผู้นำประกาศ  “ภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ (climate emergency declaration)

คน ร่วมลงชื่อแล้ว

เหลืออีก คน สู่เป้าหมาย

ไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเข้าถึงอาหาร น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ และการพังทลายของระบบนิเวศที่สนับสนุนคำ้จุนสรรพชีวิต ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความยากจนและโรคระบาดในอนาคต 

แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579 แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก พ.ศ. 2564-2573 (Nationally Determined Contribution) แผนกลยุทธ์การเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศแบบทวิภาคีและพหุภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2565–2570 และเป้าหมาย Net Zero Emission ของไทย ไร้ซึ่งมิติความเป็นธรรม

ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐสภาไทยประกาศภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศดังนี้ :

  • ใช้กลไกคณะกรรมาธิการรัฐสภาผลักดันประเด็น “วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” เป็นวาระหลัก และผนวกข้อเสนอของภาคประชาชนในแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรม รวมถึงยอมรับและให้ความสำคัญกับองค์ความรู้และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นในการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
  • รับรองว่ามาตรการทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูผลกระทบจากโรคระบาดและ วิกฤตสภาพภูมิอากาศนั้นมุ่งส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน และคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
  • ตระหนักว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรลุเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (systemic change) และกลยุทธ์ที่โปร่งใสเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์อย่างแท้จริง (real zero) เริ่มจากการปลดระวางถ่านหินและปลดแอกเชื้อเพลิงฟอสซิล การปฏิวัติระบบอาหาร และลดนโยบายสนับสนุนการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ตลอดจนยุติโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ก่อมลพิษ และเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของแหล่งสำรองเชื้อเพลิงฟอสซิลแห่งใหม่
  • ป้องกันการครอบงำของบรรษัทข้ามชาติเหนือสิทธิบัตรพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์และสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะทำลายศักยภาพการปรับตัวจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรรายย่อย ชุมชนท้องถิ่น ชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์
  • คุ้มครองและสนับสนุนสิทธิชุมชนและประชาชนในการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทะเล พื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่งที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจแบบเกื้อกูล (supportive economy) และแหล่งความมั่นคงทางอาหารของชุมชนและประเทศ
  • สร้างความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศกับประชาคมโลกในด้านเงินทุน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี การแบ่งปันองค์ความรู้และการสร้างศักยภาพ โดยปฏิเสธแนวทางการชดเชยคาร์บอน (carbon offset) ที่เป็นเรื่องหลอกลวง และเปิดโอกาสให้ประเทศร่ำรวยและบรรษัทอุตสาหกรรมใช้ประโยชน์จากวัฏจักรคาร์บอนตาม ธรรมชาติ แย่งยึดที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในประเทศให้เป็นสินค้าแสวงผลกำไร แต่หลีกเลี่ยงภาระรับผิดต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ตนก่อขึ้น
1

ขอขอบคุณ คุณ

สำหรับการร่วมผลักดันในครั้งนี้

เราจะไม่ทำให้การเรียกร้องครั้งนี้ต้องสูญเปล่า!

แชร์เรื่องราวนี้กับเพื่อนของคุณ

การสนับสนุนของทุกคนทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้

2

ร่วมแชร์งานรณรงค์นี้

เพื่อให้เพื่อนของคุณได้เห็นงานรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศและร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยดัน

3

ติดตามงานรณรงค์ของกรีนพีซ

1 เสียงของเราคือความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้น

ขออากาศดีคืนมา
มีส่วนร่วมกับเรา

ขออากาศดีคืนมา

กรีนพีซเสนอให้กรมควบคุมมลพิษยกร่างมาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศสำหรับประเทศไทยขึ้นใหม่

ร่วมบริจาคกรีนพีซ
มีส่วนร่วมกับเรา

สนับสนุนกรีนพีซ

การร่วมบริจาคเงินของคุณ จะกลายเป็นพลังผลักดันในการเปิดเผยข้อมูลการทำลายสภาวะสิ่งแวดล้อมโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงปัญหา และวิธีการที่จะหยุดยั้งวิกฤติดังกล่าว

NoCPTPP-Thumbnail
มีส่วนร่วมกับเรา

#NoCPTPP หยุดทำลายความมั่นคงทางอาหาร

ร่วมส่งเสียงบอกนายกรัฐมนตรี/คณะรัฐมนตรีให้ยุติการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership (CPTPP) ในทันที